
6 ขั้นตอนการแต่งตั้งผู้จัดการมรดก ไม่มีพินัยกรรม
การเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสิ่งหลีกหนีไม่พ้น และสิ่งที่ยังต้องดำเนินต่อไปคือการจัดการทรัพย์สิน หนี้สิน สิทธิ และหน้าที่ ให้ตกทอดสู่ทายาทได้อย่างเป็นธรรม หากทรัพย์สินไม่มาก ทายาทรักและสามัคคีกัน ปัญหาก็ไม่มี จัดการได้ไม่ยุ่งยาก ลงมือขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกด้วยตนเองได้ ประหยัดค่าใช้จ่าย แต่หากทรัพย์สินเยอะ ทายาทหลายคน มีความซับซ้อนปรึกษาทนายความมืออาชีพดีกว่า ส่วนขั้นตอนการแต่งตั้งผู้จัดการมรดกมี 6 ขั้นตอนดังนี้
6 ขั้นตอนการแต่งตั้งผู้จัดการมรดก ไม่มีพินัยกรรม
- รวบรวมทรัพย์มรดก บัญชีเครือญาติ หารือในครอบครัวว่าจะให้ใครเป็นผู้จัดการมรดก และจัดทำหนังสือให้ความยินยอม(ทายาทอื่น) ในการร้องขอจัดการมรดก และแนบเอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นคำร้องขอจัดการมรดก
- นำเอกสารที่ใช้ยื่นประกอบคำร้องไปยื่นที่ ศูนย์จัดการมรดก หรือ สำนักอัยการจังหวัด โดยดูที่ภูมิลำเนาของเจ้ามรดกหรือที่ทรัพย์ตั้งอยู่ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบและแนะนำแนวทางในการจัดการที่ถูกต้องและเป็นธรรม
- กำหนดวันนัดไต่สวนคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก ใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 45 วัน ถึง 60 วัน.
- ประกาศแต่งตั้งผู้จัดการมรดก และรอคอยว่ามีผู้ยื่นคัดค้านหรือไม่ ถ้าไม่มีก็รอรับคำสั่งศาล แต่ถ้ามีคัดค้านก็มีการไต่สวนต่อไปจนกว่าจะเสร็จสิ้น
- รับคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของผู้เอาประกันภัย ซึ่งรับรองสำเนาถูกต้องโดยเจ้าหน้าที่ศาล
- รับหนังสือสำคัญแสดงรับรองคดีถึงที่สุด
แล้วนำเอกสารหนังสือที่ได้รับไปจัดการบริหารสินทรัพย์ หนี้สิน สิทธิ และหน้าที่ ให้ถูกต้องมีความเป็นธรรม ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในทายาท ซึ่งระยะเวลาในการดำเนินการขึ้นอยู่กับความถูกต้องและความซับซ้อนของแต่ละกรณี หากไม่ซับซ้อนมีตั้งแต่ 1-6 เดือน
แต่ถ้ามีทรัพย์สิน หนี้สิน จำนวนมาก มีความซับซ้อนการจัดหาทนายความมืออาชีพที่ไว้วางใจได้เข้ามาช่วยดูแลการจัดการเอกสารและดำเนินการก็เป็นสิ่งที่จำเป็น แม้จะมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่หลักหลายพันบาท ถึงหลายล้านก็เป็นได้ เพื่อให้ป้องกันความผิดพลาดทางด้านเอกสาร ความถูกต้องทางกฏหมาย ไม่เสียเวลา ลดการทะเลาะเบาะแว้งของทายาท
เอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นคำร้องขอจัดการมรดก
แบบมีพินัยกรรม (พินัยกรรมฝ่ายเมือง ทำที่เขต/ อำเภอ)
แบบไม่มีพินัยกรรม
1) เอกสารของผู้ร้อง ประกอบด้วย
สำเนาพินัยกรรมฝ่ายเมือง(ถ้ามี)
สำเนาใบสูติบัตรผู้ร้อง(กรณีผู้ร้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย)
สำเนาทะเบียนสมรสผู้ตาย(กรณีผู้ร้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย/คู่สมรส)
สำเนาใบสูติบัตรผู้ตาย(กรณีผู้ร้องเป็นบิดา/มารดา)
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านผู้ร้อง
สำเนาใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อตัว-ชื่อสกุลผู้ร้อง(ถ้ามี)
2) เอกสารผู้ตาย(เจ้ามรดก)
สำเนามรณบัตรและสำเนาทะเบียนบ้านผู้ตาย(เจ้ามรดก)
สำเนาใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อตัว-ชื่อสกุลผู้ตาย (เจ้ามรดก)(ถ้ามี)
3) หลักฐานเกี่ยวกับทรัพย์มรดก
โฉนดที่ดิน, รายการจดทะเบียนรถ, ทะเบียนปืน, สัญญาเช่าซื้อ, ใบหุ้น, พันธบัตร, สลากออมสิน
, บัญชีเงินฝาก(กรณีบัญชีเงินฝากต้องปรับสมุดบัญชีให้เป็นปัจจุบัน ) เอกสารข้างต้นให้สำเนา
4) เอกสารอื่นๆ
บัญชีเครือญาติ (แบบฟอร์ม) ดาวน์โหลดคลิก
หนังสือให้ความยินยอม(ทายาทอื่น) ในการร้องขอจัดการมรดก (แบบฟอร์ม) ดาวน์โหลดคลิก
หนังสือให้ความยินยอม(ทายาทอื่น) ในการร้องขอให้ผู้อื่นเป็นผู้จัดการมรดก (แบบฟอร์ม)
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านทายาทอื่น
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านผู้จัดการมรดก
สำเนามรณบัตรบิดา/มารดา/สามี/ภริยา/บุตร/พี่น้องร่วมบิดามารดา(ผู้ตาย)
สำเนาใบสำคัญการหย่าผู้ตาย
**ค่าธรรมเนียมศาล 200 บาท
ติดต่อขอรับบริการได้ที่ ศูนย์จัดการมรดก ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ชั้น 3 ในวันและเวลาราชการ
โทร. 02- 210 4041 , 02- 210 4405
คัดลอกเอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นคำร้องขอจัดการมรดกจาก : ศาลแพ่งกรุงเทพใต้
